Showing posts with label กีฬา. Show all posts
Showing posts with label กีฬา. Show all posts

คอบอลเตรียมเฮ! จับตายูโร 2016 ลุ้นมันยิ่งกว่าเดิม!


กลับมาเขย่าต่อมความมันของคอบอลกันอีกครั้งกับทัวร์นาเมนต์แห่งศักดิ์ศรี ที่นักเตะดาวดังจากทั่วทวีปยุโรปจะพาเหรดกันมาบรรเลงเพลงแข้ง ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบสุดท้าย ที่ฝรั่งเศสรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2559 ซึ่งทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ได้ทำการจับสลากแบ่งกลุ่ม 24 ชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา


 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อฟุตบอลยูโร ถือกำเนิดขึ้นในปี 1960 โดยแนวคิดของ อองรี เดโลเนย์ (Henri Delaunay) เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสในขณะนั้น แรกเริ่มเดิมทีใช้ชื่อรายการว่า ยูฟ่า ยูโรเปียน เนชันส์ คัพ (UEFA European Nations Cup) โดยมีชาติสมาชิกเข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกเพียง 4 ชาติ อันได้แก่ สหภาพโซเวียต เชกโกสโลวาเกีย ยูโกสลาเวีย และฝรั่งเศสชาติเจ้าภาพ และเป็นสหภาพโซเวียตที่ประเดิมคว้าแชมป์ครั้งแรกมาครองได้สำเร็จ ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ได้เดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษ โดยเยอรมนีและสเปน เป็นชาติที่ครองแชมป์มากสุดทีมละ 3 สมัย

ในครั้งนี้ทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปได้เพิ่มจำนวนทีมเตะในรอบสุดท้ายเป็น 24 ทีม มากสุดเท่าที่เคยจัดการแข่งขันมา โดยทำการแบ่งทีมที่ผ่านเข้ารอบออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งแบบพบกันหมดในแต่ละกลุ่ม ก่อนคัดเอาแชมป์และรองแชมป์กลุ่ม พ่วงอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุด 4 ทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และสุดท้ายจะเหลือเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 15 ไปครอง

แน่นอนว่าทัวร์นาเมนต์หยุดโลกอย่างนี้ แฟนบอลชาวไทยและทั่วโลกต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อที่จะได้ชมความสนุกและตื่นเต้นในทุกวินาทีบนสนาม เพราะศึกนี้จะมีนักเตะดาวดังระดับโลกลงโม่แข้งกันแทบทุกนัด ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน โรนัลโด จากโปรตุเกส สลาตัน อิบราโมวิช จากสวีเดน โทมัส มุลเลอร์ จากเยอรมนี เวย์น รูนีย์ จากอังกฤษ หรือ เอเดน อาซาร์ จากเบลเยี่ยม ซึ่งแฟนบอลพันธุ์แท้ของแต่ละชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน ต่างไล่ล่าหาตั๋วกันให้วุ่น เพื่อติดตามทีมรักไปเชียร์กันถึงขอบสนาม

ความท้าทายในการไล่ล่าหาตั๋วจะเพิ่มขึ้นเมื่อถึงรอบลึกขึ้นเรื่อยๆ และพีคสุดเมื่อถึงเกมสุดท้ายของยูโร 2016 ที่จะเกิดขึ้นในสนามสตาด เดอ ฟร็องค์ (Stade de France) สนามที่เจ้าภาพกำหนดให้เป็นสังเวียนฟาดแข้งนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งที่สุดของที่สุดนั้นก็คือ ที่นั่ง VIP Zone ที่สามารถชมเกมการแข่งขันได้แบบ Panorama เปิดทุกมุมมองการแข่งขันทั่วสนาม สนุกเต็มอรรถรสการชมฟุตบอลยูโร 2016 ซึ่งข้อมูลล่าสุดตั๋วใน VIP Zone ถูกจำหน่ายออกไsหมดเกลี้ยง แถมราคายังพุ่งกระฉูดไปถึงใบละ 4 แสนบาทเลยทีเดียว


งานนี้คงต้องคอยติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าสุดยอดสิทธิพิเศษเช่นนี้จะได้มาอย่างไร แต่บอกเลยว่ามีเงินอย่างเดียวก็ไม่สามารถคว้าเอาความ Exclusive สุดๆ ในศึกยูโร 2016 ครั้งนี้ไปได้

ภาพประกอบจาก www.istockphoto.com
ที่มา: http://sport.sanook.com/213853/


สกู๊ป นัดชี้ชะตา! “ปราสาทสายฟ้า” กับถ้วยใบใหญ่สุดของเอเชีย...UNHIGH


เป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ ของทีมอันดับหนึ่งเมืองไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ไทยลีกปีล่าสุด ว่าจะยังสามารถอยู่ในเส้นทางศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2016 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ ต่อไปได้หรือไม่?

ซานเฟรซเซ ฮิโรชิม่า ทีมแชมป์เจลีก เจ้าถิ่นนัดนี้หวังมากที่จะบดขยี้ทีมจากประเทศไทยเพื่อนลุ้นโอกาสผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ส่วนทางด้าน "ปราสาทสายฟ้า" ทีม 5 แชมป์ในหนึ่งฤดูกาล เกมนี้มาเยือนต้องมีแต้มในการลุ้นแย่งอันดับในกลุ่มนี้เพื่อตบเท้าเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเช่นกัน

ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ของทั้งสองทีม "หลังผิงฝาด้วยกันทั้งคู่" ต้องชนะสถานเดียวถ้าหากอยากมีสิทธิ์ลุ้นเข้ารอบถ้วยใบใหญ่สุดของเอเชีย

เกม นี้ความได้เปรียบตกเป็นของเจ้าถิ่น เพราะสภาพอากาศที่เป็นใจบวกกับเสียงเชียร์ของแฟนเจ้าบ้านที่สนามฮิโร่ชิม่า แอตแลนติก สเตเดี้ยม ที่มีความจุกว่า 50,000 สนามเป็นใหญ่อันดับ 2 ของศึกเจลีก น่าจะเป็นตัวช่วยแรงกระตุ้นให้กับทีมได้เป็นอย่างดี


ขณะ ที่ บุรีรัมย์ บรรดาผู้เล่นบางคนยังไม่สามารถทำตัวให้เข้ากับอากาศที่หนาวเย็นทรมานกระดูก ที่นี่ได้ และนี่อาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แข้ง เซาะกราว อาจะทำผลงานไม่ได้ตามเป้า

ยิ่งต้องเสียขุมกำลังตัวหลักไปถึง 4 รายในเกมนี้ สุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีมและ อันเดรส ตูเญซ กองหลังตัวเก่ง ติดโทษแบน ส่วน ดิโอโก หลุยส์ ซานโต กับ สุรีย์ สุขะ ยังอยู่ในอาการพักฟื้นของอาการบาดเจ็บ

ทำให้เกมนี้ อเล็กซานเดอร์ กามา เฮดโค้ชชาวบราซิล ต้องปรับเปลี่ยนระบบแผน และรูปแบบการเล่นเพื่อให้เข้ากับนักเตะที่ยังเหลือใช้งานอยู่เพียงแค่ 18 คนที่เดินทางมาดินแดนปลาดิบ

คาดว่า 11 ตัวจริงที่จะลงสนามในเกมนี้ โดยจะเล่นระบบ 3-5-1-1 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตูจะใช้ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน แนวรับสามคน นัสตพล มาลาพันธ์ ยืนขวา กรวิทย์ นามวิเศษ ยืนซ้าย และ สุรัตน์ สุขะ เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์

กองกลาง ปีกขวาจะเป็น อนาวิน จูจีน ฝั่งซ้าย ธีราทร บุญมาทัน ตรงกลางจะให้ จักรพันธ์ แก้วพรม ที่นัดนี้รับบทเป็นกัปตันทีมยืนคู่กับ อดุล หละโสะ แล้วให้ โก ซุล-กิ ยืนคุมเกมอยู่ตรงด้านหน้า


แนว รุก อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ น่าจะเบียด อนันต์ บัวแสง ลงมาเล่นในเกมนี้ได้โดยจะยืนเป็นหน้าต่ำ และจะให้ ไคโอะ ฟิลิเป กอนเซาเวซ กองหน้าลูกครึ่ง ญี่ปุ่น-บราซิล ลงเล่นหน้าเป้าคอยจบสกอร์

ถ้าดูจากการวางตัวผู่เล่น "ปราสาทสายฟ้า" ถือว่าสู้เจ้าถิ่นได้แน่นอนเพราะเกมแดนกลางแน่น เสียวตรงที่แนวรับอย่างเดียวอาจจะเล่นด้วยกันน้อย น่าจะมีปัญหาในการประสานงานแดนหลัง

ซาน เฟรซเซ ฮิโรชิม่า ผลงานในลีก ย่ำแย่เหลือทน ประเดิมนัดแรกของฤดูกาลก็พ่าย คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ คาบ้าน 0-1 ต่อด้วย บุกไปไล่เจ๊า นาโงะยะ แกรมปัส 1-1 และเมื่อในวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา เปิดรังเจ๊า โชนัน เบลมาเร 2-2 ยังไม่สามารถเก็บชัยในลีกได้เลยซักนัด

ขณะที่ผลงาน ศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2016 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ เกมนัดแรก พลาดท่าโดน ชานตง ลูเหนิ่ง ทีมจากแดนมังกร ยิงแซงสองลูกพลิกบุกมาชนะ 2-1 ส่วนอีกเกม บุกไปนำก่อนเช่นกัน แต่ก็โดน เอฟซี โซล ทีมจากโสมขาว ยิงคืน 4 ลูกรวดแซงกลับมาชนะอีกเช่นกัน


ซึ่ง ดูจากผลงานที่ผ่านมา ฮิโรชิม่า มีปัญหาตรงเกมรับอย่างเห็นได้ชัด และแนวรุกที่เป็นจุดอ่อนอย่าง ปีเตอร์ อูทากะ ดาวยิงไนจีเรีย ที่เข้ามาแทนที่ของ ดักลาส ดาวซัลโวของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยังทำผลงานไม่ได้ตามเป้าที่โค้ชวางไว้

โดยเจ้าถิ่นมีจุดเด่นอยุ่ที่เกมริมเส้น ทาคุมะ อาซาโนะ และ กาคูโตะ โนตสึดะ เป็นปีกความเร็วสุด ถ้าแนวรับจัดการกับปีกสองคนนี้อยู่ โอกาสที่จะบุกมาเก็บแต้มเป็นไปได้สูงทีเดียว

คำตอบทั้งหมดที่เขียนมานี้มี ซานเฟรซเซ ฮิโรชิม่า ทีมเดียวเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้ว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจะยังอยู่ในเส้นทางถ้วยใบใหญ่สุดของเอเชีย ได้หรือไม่ เย็นนี้รู้กัน!!!

UNHIGH

ที่มา: http://sport.sanook.com/212443/





สุดยอด!เมสซี่โชว์ยิงไกลเข้าโกลหนู


ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอก บาร์เซโลน่า แสดงความสุดยอดให้เห็นอีกครั้ง เมื่อทำประตูในการซ้อมได้แม้จะเป็นการยิงใส่โกลหนูที่ปากประตูเล็กสุดๆ ทำเอาหลายคนทึ่งไปเลย

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าดาวดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน โชว์การยิงสุดสวยระหว่างซ้อมกับต้นสังกัดเพื่อลงเล่นศึกชิงแชมป์สโมสรโลก "ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ" ที่ประเทศญี่ปุ่น

ในการซ้อมของ บาร์เซโลน่า นั้น มันมีการตั้งปากประตูเล็กๆ เอาไว้ที่บริเวณข้างสนามด้วย ซึ่งด้วยความที่กำลังว่างๆ เมสซี่ จึงตัดสินใจยิงบอลข้ามฟากจากฝั่งหนึ่งไปยังโกลหนูที่อยู่อีกฝั่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไป 50 หลา

ทั้งนี้ แม้จะอยู่ห่างออกไปไกล แถมปากประตูยังเล็กอีก แต่ เมสซี่ ก็ยังส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่ายได้ ทำเอาหลายคนฮือฮาไปตามๆ กัน

เดอะค็อปแห้ว!สื่อแฉคล็อปป์ไม่สนดึงแข้งใหม่ม.ค.


สื่อผู้ดีตีข่าว เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ไม่สนใจที่จะอ้อนเจ้าของสโมสรเพื่อขอเงินทุนในการดึงแข้งใหม่มาเสริมแกร่งในช่วงเดือนม.ค.นี้ โดยเหตุผลยังพอใจกับขุมกำลังที่มีอยู่

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำในประเทศอังกฤษ รายงานข่าว เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมจอมทุ่มเทของ ลิเวอร์พูล สโมสรฟอร์มแกร่งแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่สนใจที่จะเซ็นสัญญานักเตะใหม่ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมนี้

ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ ตกเป็นข่าวมาตลอดว่าต้องการนักเตะหลายคนที่เล็งเอาไว้ในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะเป็น เนเว่น ซูโบติช, อิลคาย กุนโดกัน และ สเตฟาน คีสลิ้งก์ มาเสริมแกร่ง หลังจากที่ "หงส์แดง" มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายรายในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เดอะ มิร์เรอร์ ระบุว่า กุนซือชาวเยอรมัน ไม่เคยเรียกร้องขอเจรจากับ เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป กลุ่มทุนเจ้าของสโมสรจากอเมริกา เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสร้างทีม ซึ่งทางฝั่งผู้บริหารก็ยินดีที่จะให้เงินทุนการเสริมทัพหากเจ้าตัวต้องการ

ทั้งนี้เชื่อกันว่า คล็อปป์ ซึ่งเข้ามากุมบังเหียนแทน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จะพิจารณาเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่เพียงแค่กรณีเดียวเท่านั้นก็คือการที่เขามองว่านักเตะคนนั้นมีความสำคัญมากพอที่จะเติมเต็มขุมกำลังที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น


ทวงฝูงคืน!จิ้งจอกของจริงเปิดถิ่นขย้ำสิงห์2-1


"จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ ฟอร์มแรงไม่มีตก ล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ "สิงห์บลูส์" เชลซี ไปได้แบบสนุก 2-1 เก็บสามแต้มสุดสำคัญ พร้อมขยับอันดับแซง อาร์เซน่อล ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2558
เลสเตอร์ 2-1 เชลซี

สนาม: เดอะ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม, (เลสเตอร์เชียร์)

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้แค่ 2 นาที เลสเตอร์ มีลุ้น เมื่อ ริยาด มาห์เรซ ตัดบอลได้จาก อัซปิลิกวยต้า จากนั้นลากเข้าหาแนวรับเชลซี ก่อนล็อกหลบ จอห์น เทอร์รี่ และตัดสินใจยิงไกลด้วยซ้าย แต่บอลไปเข้ามือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารของเชลซี

ผ่านมา 16 นาที เลสเตอร์ ต้องเปลี่ยนเอา แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ กองกลางที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ออกมาพักแล้วให้ แอนดี้ คิง ลงมาเล่นแทน

สามนาทีต่อมา โอกาสของเจ้าถิ่นอีกครั้ง เมื่อ คริสเตียน ฟุคส์ ทุ่มไกลเข้ามา กองหลังเชลซี โหม่งสกัดมาเข้าทาง ริยาด มาห์เรซ ส่องด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้ามือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

จากนั้นนาทีที่ 29 เชลซี ต้องเปลี่ยนผู้เล่นบ้างให้ เปโดร โรดรีเกซ ดาวเตะชาวสเปน ลงมาเล่นแทน เอแด็น อาซาร์ สตาร์ตัวเก่งชาวเบลเยี่ยม ที่มีอาการบาดเจ็บสะโพกจากการปะทะกับ วาร์ดี้

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 34 จิ้งจอกสีน้ำเงิน มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจนได้จากจังหวะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จ่ายขึ้นหน้าให้ เลโอนาร์โด้ อูยัว จับบอลได้แล้วไหลออกมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ ปั่นโค้งด้วยซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ เจมี่ วาร์ดี้ วิ่งสอดมาซัดด้วยขวาที่เสาแรกเข้าประตูไป เป็นประตูที่ 15 ของเจ้าตัวในลีกซีซั่นนี้ ช่วยให้ เลสเตอร์ นำก่อน 1-0

ก่อนหมดครึ่งแรกแค่นาทีเดียว เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง มาร์ค อัลไบรท์ตัน ปั่นด้วยขวาจากทางหน้ากรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารเชลซี บินมารับไว้ได้ติดมือเลยทีเดียว หมดครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ออกนำก่อน 1-0

มาเล่นกันต่อในครึ่งหลังได้แค่ 3 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ ออกนำห่าง 2-0 เมื่อวางบอลมาให้กับ ริยาด มาห์เรซ ดึงบอลลงทางกรอบเขตโทษด้านขวา แล้วล็อคขยับหลอก เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แบ็คซ้ายของเชลซี ก่อนปั่นโค้งด้วยซ้ายบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างเด็ดขาด

จากนั้นนนาทีที่ 52 เชลซี เปลี่ยนเอา เซส ฟาเบรกาส ลงมาทำเกมแดนกลางแล้วถอด จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมออกมา

กระเถิบมานาทีที่ 58 เชลซี ได้โอกาสบ้าง เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา วิลเลี่ยน รับหน้าที่ซัดบอลแฉลบกำแพงออกหลังไป

สี่นาทีต่อมา สิงห์บลูส์ น่าจะได้ประตู เมื่อ เซส ฟาเบรกาส ที่ลงมาเป็นสำรองจ่ายให้กับ ดีเอโก้ คอสต้า หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดติดขาของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายทวารเลสเตอร์ หลุดออกหลังไป จากลูกเตะมุมบอลมาตกที่เสาสอง บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ซัดจ่อๆ ไปติดผู้เล่นเลสเตอร์ ที่ยืนคุมเส้นอยู่ ช่วยสกัดออกมาได้ทัน

ข้ามมานาที 68 เชลซี มีโอกาสอีก เปโดร โรดรีเกซ ที่ลงมาเป็นสำรอง สับไกยิงเร็วบอลข้ามคานไป

ล่วงเลยมานาทีที่ 77 เชลซี ไล่มาเป็น 1-2 จนได้ เมื่อ เปโดร โรดรีเกซ โยนจากทางด้านซ้ายมาเสาสองให้ โลอิก เรมี่ กองหน้าชาวฝรั่งเศส ที่ลงมาเป็นสำรองวิ่งสอดมาโหม่งจ่อๆเข้าประตูไป

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก ครบ 90 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังชนะไป 2-1 กลับมาเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เลสเตอร์: แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - แดนนี่ ซิมป์สัน, โรเบิร์ต ฮูธ, เวส มอร์แกน (กัปตันทีม), คริสเตียน ฟุคส์ - ริยาด มาห์เรซ (โกคาน อินเลอร์ น.82), แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ (แอนดี้ คิง น.16), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรท์ตัน - เจมี่ วาร์ดี้ (ชินจิ โอกาซากิ น.88), เลโอนาร์โด้ อูยัว
สำรองไม่ได้ใช้: มาร์ค ชวาร์เซอร์ (ผู้รักษาประตู) - มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้, โยอัน เบนาลูยาน, เนธาน ดายเออร์
เชลซี: ติโบต์ กูร์กตัวส์ - บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, คูร์ท ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่ (กัปตันทีม) ( เซส ฟาเบรกาส น.52), เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า - เนมานย่า มาติช, รามิเรส - วิลเลี่ยน, ออสการ์ (โลอิก เรมี่ น.64), เอแด็น อาซาร์ (เปโดร โรดรีเกซ น.29) - ดีเอโก้ คอสต้า
สำรองไม่ได้ใช้: อัสมีร์ เบโกวิช (ผู้รักษาประตู) - เคเนดี้, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น โอบี มิเกล
ผู้ตัดสิน: มาร์ค แคล็ทเท่นเบิร์ก