Showing posts with label ต้นไม้. Show all posts
Showing posts with label ต้นไม้. Show all posts

"ปรงญี่ปุ่น" มีลักษณะคล้าย ๆ กับต้นปาล์ม สูง 2-4 เมตร ลำต้นตรง


ปรงญี่ปุ่น
---------------------------
มีลักษณะคล้าย ๆ กับต้นปาล์ม สูง 2-4 เมตร ลำต้นตรง และแตกกิ่งก้าน สาขาได้ในสภาพท้องถิ่นกำเนิด มีรากสะสมอาหารอ้วน และมีแป้งใช้รับประทานได้ ใบโค้งลง ยาว 60-80 เซนติเมตร ใบเป็นขนนก และมีใบย่อยออกจากสองข้างเป็นจำนวนมาก และโค้งลง ใบย่อยแคบแข็ง ปลายแหลม สีเขียวเข้มเป็นมัน
ขอบใบม้วนเข้าหากลางใบ แยกเพศคนละต้น จึงมีต้นตัวผู้ ตัวเมีย ไม่มีการติดผล ในประเทศไทย พบในป่าเบญจพรรรณ และป่าเต็งรังทั่วไปที่ความสูง 2-1000 เมตร
ในประเทศอื่น ๆ พบขึ้นในประเทศพม่า ลาว จีนตอนใต้
นิเวศวิทยา ชอบแดดจัด
---------------------------
การดูแลรักษา
•แสง ชอบแสงแดดจัด
•น้ำ ปรงเป็นพืชที่ทนต่อการขาดน้ำและต้องการน้ำพอประมาณ
•ดิน ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิดแต่จะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนทราย
•ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักบริเวณโคนต้น ปีละ 2 ครั้ง
---------------------------
ใบและดอก
•ใบ: ประกอบแบบขนนก ยาว 60-180 เซนติเมตร กระจุกแน่นอยู่ที่ยอด ใบอ่อนหยิกและมีขนคล้ายขนสัตว์ปกคลุม ใบย่อย มีจำนวนมาก รูปยาวแคบ กว้าง 0.5 มิลลิเมตร ยาว 2.5-6 มิลลิเมตร ปลายเรียวแหลมคล้ายหนาม สีเขียวเข้ม เป็นมัน ขอบใบม้วนลงข้างล่าง ก้านใบ แข็ง ยาว 9-10 เซนติเมตร เป็นเหลี่ยมมีหนามแหลมสั้นๆ
•ดอก: อวัยวะสืบพันธุ์แยกเพศ อยู่คนละต้น อวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ ออกเป็นช่อแน่น ทรงกระบอกแกมรี กว้าง 9-10 เซนติแมตร ยาว 30 เซนติเมตร ประกอบด้วยกาบอัดเรียงซ้อนกันอยู่ ที่โคนกาบจะมี ส่วนที่ใช้สืบพันธุ์อยู่เป็นกลุ่ม เมื่อแก่จะปลิวออกไปเหมือนเกสรตัวผู้ อวัยวะสืบพันธุ์เพศเมีย ยาว 10-23 เซนติเมตร ประกอบด้วยกาบซ้อนเรียงทับกัน กาบตอนบนรูปไข่กลับ ขอบหยักลึก มีขนสีน้ำตาล ส่วนล่างเป็นก้านมีไข่อ่อนติดอยู่ 1-2 คู่
•ผล: กลมไม่มีเนื้อผล เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร เมื่อสุกสีแดง สรรพคุณตามตำรับยาไทย ส่วนที่ใช้และสรรพคุณ:
•ต้น : เป็นยาขับเสมหะ ให้แป้งสาคูใช้เป็นอาหารได้
---------------------------
การนำไปใช้
• ปลูกเป็นไม้ประดับ ต้นเป็นยาขับเสมหะ และให้แป้งสาคูมีรากสะสมอาหารอ้วน และมีแป้งใช้รับประทานได้ แต่ไม่ใช่ต้นสาคู
การกระจายพันธุ์: ถิ่นกำเนิด ประเทศญี่ปุ่นตอนใต้ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
1. ปลูกเป็นไม้ประดับทั้งในและนอกอาคาร หรือ บริเวณส่วนหย่อม เพราะเป็นพืชที่เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตช้า และทนต่อสภาวะที่มีแสงน้อย
2. เป็นยาสมุนไพร ต้นใช้ตำหรือบดสระผมรักษารากผม ส่วนหัวใช้หัวฝนกับเหล้า ทาแก้ฟกช้ำ สมานแผลฟกช้ำ และแผลเนื้อตาย
3. เนื้อในหัวใช้ปรุงเป็นอาหารได้

เมล็ดต้นกระเทียมยักษ์


เมล็ด ต้นกระเทียมยักษ์ 10 เมล็ด 70 บาท
ต้นขนาดใหญ่ ปลูกไว้ทำอาหารได้หลายอย่าง มีประโยชน์เยอะ รสชาติอร่อย เมื่อสุกจะทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทานยิ่งขึ้น




ไลน์ไอดี gardeniath

ที่มา: https://www.kaidee.com/product-116623837

ปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต


สังคมเมือง จัดเป็นศูนย์กลางความเจริญที่มีสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นอาคารบ้านเรือน ถนนหนทาง และเป็นที่รวมของผู้คนที่มีความแตกต่างทางด้านพื้นเพ ส่วนทางด้านสังคมก็มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์  และเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ทำให้ชาวเมืองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ชีวิตประจำวันของคนในเมืองไม่ได้มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติมากนัก กลายเป็นชีวิตท่ามกลางป่าคอนกรีตตามวิถี “ชุมชนเมือง”
สีเขียวจากพืชพันธุ์ธรรมชาติจึงกลายเป็นสิ่งที่ดูแปลกแยก หากแต่กับชีวิตของคนบางกลุ่มได้เห็นความสำคัญของธรรมชาติและพืชผัก จึงเป็นที่มาของ “โครงการสวนผักคนเมือง: ปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต” ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)
โครงการมีความตระหนักถึงปัญหาของคนเมืองในด้านอาหาร รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพ สังคมและสิ่งแวดล้อม  ผนวกกับเรื่องการปลูกผักแบบไม่ใช้สารเคมีและการยกระดับการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนการช่วยพัฒนาระบบอาหารและวิถีชีวิตทางเลือกที่เกื้อกูลธรรมชาติ ท่ามกลางข้อจำกัดของชีวิตคนเมือง พวกเขาจึงลุกขึ้นมาปลูกผัก และได้ค้นพบกับคุณค่าบางอย่างของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตลาดกาล และทำให้เห็นว่า “ผัก” เป็นอะไรมากกว่าที่คุณคิด! ไม่ว่าจะเป็น

  • การปลูกผักเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีประโยชน์ต่อเด็ก การให้เด็กๆได้ลงมือขุดดิน ผสมดิน ทำแปลง ปลูกผัก เพาะต้นอ่อน และเก็บผลผลิต ถือเป็นการเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรด้วยการลงมือปฏิบัติจริง พวกเขาจะได้เรียนรู้ที่จะฝึกความอดทน ฝึกความพยายาม รู้จักเรื่องการเสียสละ และการทำงานเป็นทีมกับเพื่อนๆอีกด้วย
  • ผักช่วยบำบัดและเยียวยา สวนผักบำบัดที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ใช้ฟื้นฟูจิตใจและสังคมของผู้ป่วย  สวนผักบำบัดศรีราชา เปิดพื้นที่ให้ผู้ติดยาเสพติดมาทำกิจกรรมบำบัดในสวน หรือสวนผักบำบัดพนัสนิคม ที่ลูกนำเรื่องสวนผักไปบำบัดคุณพ่อซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์จนอาการดีขึ้น
  • ผักเป็นสะพานเชื่อมโยงสายใย กิจกรรมการปลูกผักเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ให้ครอบครัวได้ลงมือทำอะไรด้วยกัน ตั้งแต่ลงมือปลูก ช่วยกันดูแลรดน้ำ หากพืชผักเติบโตดี ก็อาจจะได้ช่วยกันทำอาหารกินร่วมกันด้วย
  • ลดความเครียด เพิ่มความสุข ฝึกความอดทน การปลูกผักสอนให้เรารู้จักรอคอย ให้รู้จักอยู่กับปัจจุบัน และไม่คาดหวังเรื่องอนาคตมากเกินไป เพราะทุกๆอย่างมีความไม่แน่นอน บางวันผักงาม พอวันรุ่งขึ้นอาจถูกแมลงกินหมดก็ได้ แต่พอเมล็ดที่ปลูกเติบโตงอกงาม มันก็เป็นเหมือนดั่งเมล็ดแห่งความปิติที่งอกงามในใจเราด้วย
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แปลงผักเป็นเหมือนเครื่องมืออย่างหนึ่ง  การปลูกผัก ก็เหมือนกิจกรรมหรือสถานที่ให้คนในชุมชนได้มีโอกาสมารวมตัวกัน ในสังคมเมืองที่เคยอยู่แบบบ้านใครบ้านมัน ถ้าไม่มีกิจกรรมร่วมกันมันก็ไม่มีศูนย์รวมของชุมชน แต่พอมีแปลงผัก จากคนที่เคยเห็นหน้ากัน แต่ไม่เคยคุยกัน ตอนนี้ก็ได้พูดคุยกันมากขึ้น เรียกว่าเราคุยกันได้ทุกเรื่องที่แปลงผัก เป็นจุดศูนย์รวม ที่ช่วยทำให้เกิดความร่วมมืออื่นๆตามมา
เมื่อ “ผัก” กลายเป็นมากกว่าอาหาร บทบาทของการเกษตรในเมืองจึงมีส่วนในการสร้างสังคมการอยู่ร่วมกันทั้งในเมือง ระหว่างคนเมืองกับชนบทและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนมุ่งสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายของเมืองที่ให้ความสำคัญกับเกษตรในเมืองในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมือง และขยายไปสู่นโยบายของเมืองต่างๆในประเทศต่อไป
“ถึงตอนนี้การปลูกผักเพียงกระถางเล็กๆ อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณทั้งชีวิตก็ได้”


มาปลูก `อัญชัน` ดอกไม้พื้นบ้านกันเถอะ


ความสวยงามของ "ดอกไม้" ทำให้เมื่อมองแล้วรู้สึกสดชื่น เกิดความสบายใจ มีความสุข แต่จะดีกว่าไหมถ้าจะปลูกดอกไม้ไว้ในบ้านให้ใช้ประโยชน์มากกว่าการประดับ แต่สามารถนำมารับประทานเพื่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะดอกไม้พื้นบ้านแบบไทยๆ ที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่น แต่แฝงประโยชน์และคุณค่าทางอาหารไว้อย่างมากมาย

          ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่กว้างขว้าง แม้จะใช้ชีวิตแบบคนเมืองอาศัยในตึกสูง อยู่บนคอนโดฯ ก็สามารถปลูกดอกไม้หรือผักไว้กินเองได้ กับกิจกรรม "มาปลูกผักกัน ตอน ดอกไม้พื้นบ้าน" ซึ่งจัดโดยศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จะมาให้ความรู้พร้อมแนะนำวิธีการเพาะปลูกให้เป็นทางเลือกสำหรับมนุษย์เมืองที่อยากสุขภาพดีได้ลองนำไปปฏิบัติตาม
          พี่กอล์ฟ-ชูเกียรติ โกแมน ผู้เชี่ยวชาญจากสวนผักคนเมือง กล่าวว่า ดอกไม้พื้นบ้านของเรา นอกจากความสวยงามเมื่อได้ชมแล้ว สามารถนำมาทำเป็นเมนูอร่อยได้หลายอย่าง กิจกรรมครั้งนี้จะมาสาธิตการปลูก "อัญชัน" ดอกไม้ท้องถิ่นสารพัดประโยชน์ เพราะนอกจากสรรพคุณทางยามากมายแล้ว ในสมัยโบราณก็นำเอาดอกไปคั้นน้ำได้สีน้ำเงินเข้มใช้เป็นสีผสมอาหารที่คนไทยใช้กันมาช้านาน แล้วยังนำมาดัดแปลงเป็นอาหารไทยได้ทั้งคาว-หวานและเครื่องดื่ม


อัญชันเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยล้มลุกขนาดเล็ก มีเถาขนาดเล็กและอ่อน แต่ก็สามารถเลื้อยไปได้ไกลถึง 20 ฟุต ลักษณะเถาจะค่อนข้างกลม สีเขียว แต่หากเถาแก่จะเป็นสีน้ำตาล ตามลำต้นจะมีขนนุ่มๆ ปกคลุมโดยทั่วไป ดอกอัญชันจะเป็นดอกเดี่ยวและจะออกดอกเป็นช่อตามปลายยอด อัญชันจะมีทั้งชนิดดอกราและดอกซ้อน ดอกมีหลายสี เช่น สีน้ำเงินอมม่วง สีม่วง สีฟ้า สีขาว ลักษณะของดอกมี 2 กลีบ เมื่อกลีบดอกบานอ้าออกเต็มที่จะมองเห็นลักษณะของดอกคล้ายดอกถั่ว เมื่อกลีบดอกบานอ้าออกเต็มที่ จะมองเห็นลักษณะคล้ายกาบหอย หรือปีกผีเสื้อ เมื่อดอกโรยก็จะติดฝัก และยังเป็นพันธุ์ไม้ที่ออกดอกตลอดปี
          หัวใจสำคัญในการปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะปลูกผักหรือดอกไม้ประเภทอะไรก็ตาม อยู่ที่ดิน โดยการปรุงดินให้ดีจะทำให้ต้นไม้ที่ปลูกเติบโต แข็งแรงและงาม  สำหรับวิธีปรุงดินมีส่วนผสมดังนี้ 1.ดินถุง 2.มูลสัตว์ (ปุ๋ยคอก) 3.เศษใบไม้แห้ง 4.เศษอาหารสด ผัก ผลไม้ กากกาแฟ เปลือกไข่ ฯลฯ 5.หัวเชื้อจุลินทรีย์ 6.น้ำตาล วิธีการหมักดินนำดินที่ซื้อมาคลุกเค้ากับมูลสัตว์ เศษใบไม้แห้ง เศษอาหาร และหัวเชื้อจุลินทรีย์ จากนั้นเติมน้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน โดยให้กะปริมาณตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องมีอัตราส่วนที่แน่นอน
          หลักสำคัญที่ควรทราบก็คือ มูลสัตว์ที่นำมาใช้ควรเป็นมูลสัตว์แห้ง เศษใบไม้ควรเลือกใบเล็ก และหากเป็นพืชตระกูลถั่วก็ย่อยง่ายขึ้น เศษอาหารควรใส่ให้หลากหลายชนิด เพื่อให้ได้สารอาหารพืชหลายชนิด น้ำตาลทราย เป็นน้ำตาลอะไรก็ได้ ที่เราเติมลงไปเพื่อกระตุ้นให้หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่เรานำมาผสมทำงานย่อยสลายได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น จากนั้นเติมน้ำพอชุ่ม กะความชื้นให้เหมาะสม โดยสังเกตได้ด้วยการทดลองกำดินที่ผสมแล้วขึ้นมา หากจับกันเป็นก้อน ไม่แตก และบีบไม่มีน้ำไหล เป็นใช้ได้ แล้วจึงตักดินที่ผสมแล้ว ใส่ถุงดินที่ซื้อมา (ควรเป็นถุงกระสอบที่มีรูระบายอากาศ) ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม จนจับดูแล้วดินหายร้อน ก็สามารถนำมาปลูกผักได้
          วิธีการปลูกอัญชันมีขั้นตอนที่ง่ายไม่ยุ่งยาก เริ่มจากนำเมล็ดแห้งของต้นอัญชันแช่น้ำไว้ 1 คืน แล้วนำมาห่อผ้าทิ้งไว้ 2-3 วันให้รากงอก จากนั้นนำดินที่เตรียมไว้ใส่กระถาง เทคนิคคือไม่ควรใส่ดินจนเต็มกระถาง ใส่ประมาณขอบล่าง เพื่อที่จะเหลือพื้นที่ไว้สำหรับรับน้ำเวลาปลูก จากนั้นก็รดน้ำลงบนดินปกติ แล้วจึงขุดหลุมในกระถางตื้นๆ วางเมล็ดอัญชัน 2-3 เมล็ดต่อ 1 กระถางเพาะ (หากอยากให้ต้นงอกเร็ว ให้นำเอาถุงพลาสติกมาครอบคลุมให้ทั่วทั้งกระถาง เพื่อให้เกิดความชื้น ซึ่งคลุมไว้จนกว่าต้นจะงอกพ้นดินมา แล้วจึงเอาถุงออกนำกระถางไปโดนแสงธรรมชาติ ประมาณ 1-2 เดือนก็เริ่มมีดอกให้เก็บแล้ว
          ปลูกผักไม่ใช่เรื่องยาก
          หมู-พินทอง อยู่สำราญ อายุ 33 ปี พนักงานบริษัทเอกชน บอกว่า ด้วยความเป็นคนทำงานอยู่ในเมือง เห็นว่ากิจกรรมนี้มีความน่าสนใจ เป็นสิ่งง่ายๆ และทำได้จริง ประกอบกับเข้ากับวิถีคนเมืองของตัวเองที่มีพื้นที่จำกัด แต่ก็สามารถปลูกผัก ดอกไม้ไว้กินเองได้ โดยขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย แถมไม่ต้องกังวลกับเรื่องสารเคมี เพราะเราสามารถปลูกผักกินเองได้ ถือว่าเป็นกิจกรรมดีที่มีประโยชน์มากๆ ค่ะ
          นัตซึ-เพ็ญนภา เบญจกิตติโรจน์ อายุ 39 ปี พนักงานบริษัทเอกชน บอกว่า กิจกรรมปลูกผักเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ เลยค่ะ ได้เข้าร่วมทำให้เราได้ความรู้มากมาย ว่าการปลูกผักกินเองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แถมยังได้เรียนรู้เทคนิคในการทำน้ำหมัก ทำปุ๋ยไว้ใช้เอง เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ทำได้จริงๆ เหมาะกับวิถีชีวิตคนที่อาศัยในเมืองมากๆ ค่ะ
          ป้าติ๋ม-ชวนพิศ สูงตรง อายุ 70 ปี ข้าราชการเกษียณอายุ บอกว่า รู้สึกดีมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมปลูกผักพื้นบ้าน เพราะเป็นกิจกรรมดี มีประโยชน์ ที่เราได้สัมผัสพร้อมกับนำเอาไปใช้ในชีวิตของเราได้จริงๆ แถมเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้เครื่องชั่ง ตวง วัด ก็ทำได้ค่ะ.
          สรรพคุณและประโยชน์ของดอกอัญชัน
          อัญชันมีสรรพคุณที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะมีสารที่ชื่อว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanin) ซึ่งมีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดีมากขึ้น เช่น ไปเลี้ยงบริเวณรากผม ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ เงางาม หรือไปเลี้ยงบริเวณดวงตา จึงช่วยบำรุงสายตาไปด้วยในตัว หรือไปเลี้ยงบริเวณปลายนิ้วมือ ซึ่งก็จะช่วยแก้อาการเหน็บชาได้ด้วย และที่สำคัญสารนี้ยังมีความโดดเด่นที่ใครหลายๆ คนยังไม่ทราบ นั่นก็คือ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดอุดตันได้ และการ "กินดอกอัญชันทุกวัน.วันละหนึ่งดอก" จะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดสมองตีบได้อีกด้วย
          เนื่องจากดอกอัญชันนั้นมีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด สำหรับผู้มีเลือดจางห้ามรับประทานดอกอัญชันเด็ดขาด หรืออาหารเครื่องดื่มที่ย้อมสีด้วยอัญชันก็ไม่ควรรับประ  ทานบ่อยๆ

          สรรพคุณของอัญชัน
          1.น้ำอัญชันมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย 2.เครื่องดื่มน้ำอัญชันช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ ร่างกายและเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
          3.มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอยแห่งวัย ประโยชน์ของดอกอัญชันมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง
          4.เพิ่มการไหลเวียนเลือด ดอกอัญชันมีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด
          5.ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดสมองตีบ 6.ช่วยรักษาอาการผมร่วง 7.อัญชันทาคิ้ว ทาหัว ใช้เป็นยาปลูกผม ปลูกขนช่วยให้ดกเดาเงางามยิ่งขึ้น
          8.ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดเส้นเลือดอุดตัน 9.ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
          10.ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
          11.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
          12.อัญชันมีคุณสมบัติในการช่วยล้างสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย
          13.ช่วยบำรุงสายตา แก้อาการตาฟาง ตาแฉะ (น้ำคั้นจากดอกสดและใบสด)
          14.ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก ต้อหิน ตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน
          15.ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้น
          16.นำรากไปถูกับน้ำฝน นำมาใช้หยอดตาและหู (ราก)
          17.นำมาถูฟันแก้อาการปวดฟัน และทำให้ฟันแข็งแรง (ราก)
          18.ใช้เป็นยาระบาย แต่อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียนได้ (เมล็ด)
          19.อัญชันสรรพคุณใช้รากปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก, ใบ)
          20.แก้อาการปัสสาวะพิการ สรรพคุณอัญชันใช้แก้อาการฟกช้ำ
          21.ช่วยป้องกันและแก้อาการเหน็บชาตามนิ้วมือ นิ้วเท้า
          22.นำมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำอัญชันเพื่อใช้ดับกระ หาย
          23.ดอกอัญชันตากแห้งสามารถนำมาชงดื่มแทนน้ำ ชาได้เหมือนกัน
          24.ดอกอัญชันนำมารับประทานเป็นผักก็ได้ เช่น นำมาจิ้มน้ำพริกสดๆ หรือนำมาชุบแป้งทอดก็ได้
          25.น้ำดอกอัญชันนำมาใช้ทำเป็นสีผสมอาหารโดยให้สีม่วง เช่น ขนมดอกอัญชัน ข้าวดอกอัญชัน
          26.ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่าง ครีมนวดผม ยาสระผม เป็นต้น
          27.ประโยชน์ของอัญชันข้อสุดท้ายคือ นิยมนำมาปลูกไว้ตามรั้วบ้านเพื่อความสวยงาม



ปลูกผักสวนครัวแบบวิถีคนเมือง


มีพื้นที่จำกัด อาศัยอยู่ในหอพัก หรือคอนโดมิเนียมสูง ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปในการปลูกผัก เพราะจริงๆ แล้วการปลูกผักทานเองในปัจจุบันนี้ไม่จำเป็นต้องขุดหลุม หาที่ดินกว้างๆ มีเนื้อที่ใช้สอยอะไรมากมาย ขอแค่พื้นที่เล็กๆ ก็ปลูกผักงามๆ ไว้บริโภค และยังมั่นใจได้ว่าปลอดภัย ไร้สารเคมีอย่างแน่นอน

ไร้กังวลว่าการปลูกผักกินเองจะมีขั้นตอนยุ่งยาก เพราะวิธีที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในกิจกรรมปลูกผัก ตอน เพาะต้นอ่อน จะเผยเทคนิคเคล็ดลับการเพาะต้นอ่อนสำหรับคนในเมืองที่เป็นมือใหม่หัดปลูกโดยเฉพาะ ที่ใครก็สามารถทำได้ แถมปลูกไม่กี่วันก็ได้ผลผลิตไปรับประทานกันแล้ว

พี่กอล์ฟ-ชูเกียรติ โกแมน ผู้เชี่ยวชาญจากสวนผักคนเมือง กล่าวว่า พืชผักสวนครัวส่วนใหญ่ที่เหมาะกับคนอาศัยอยู่ในเมืองที่อยากแนะนำให้ปลูกคือ พืชที่มีอายุสั้น เก็บผลผลิตเร็ว และดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก และที่สำคัญสามารถปลูกในพื้นที่จำกัดได้ เช่น ผักชี ต้นหอม คะน้า ผักบุ้งจีน กะเพรา โหระพา แมงลัก พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ ฯลฯ แต่หากเป็นมือใหม่หัดปลูก มีความใจร้อน อยากหยอดเมล็ดแล้วได้กินไวๆ แบบที่ไม่ต้องดูแลรักษามากมายนัก ก็แนะนำว่าให้เริ่มต้นจากการลองเพาะเมล็ดงอกกินกันดูก่อน โดยเจ้าเมล็ดเพาะงอกที่ว่านี้ก็มีหลากหลายให้เลือกสรร ตั้งแต่ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลันเตาหรือโต้วเหมี่ยว และเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ขอแนะนำวิธีเพาะเมล็ดงอกทานตะวัน ซึ่งเป็นผักที่กำลังได้รับความนิยม อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีขั้นตอนปลูกดังนี้ ก่อนอื่นต้องเตรียมวัสดุเพาะ ได้แก่ ขุยมะพร้าวร่อน 4 ส่วน ขี้เถ้าแกลบร่อน 1 ส่วน หรือจะใช้ขุยมะพร้าวร่อนกับดินร่อน 1 ต่อ 1 ก็ได้ นำมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นทำการแช่เมล็ดทานตะวันในน้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 คืน หรืออย่างน้อย 8 ชั่วโมง แล้วนำวัสดุปลูกใส่ภาชนะ เช่น ตะกร้าขนมจีน หรือตะกร้าที่มีตาถี่ หากไม่มีก็สามารถใช้ภาชนะปลูกอะไรก็ได้ แต่ขอให้มีรูระบายน้ำ

โดยแนะนำให้ใส่วัสดุเพาะประมาณส่วนของภาชนะ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม เสร็จแล้วทำการโรยเมล็ดทานตะวันที่แช่น้ำแล้ว เกลี่ยให้ทั่วแล้วโรยขุยมะพร้าวที่เหลือกลบด้านหน้าเล็กน้อย รดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง แล้วนำไปวางไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้า-เย็น อดใจรอประมาณ 5-7 วัน ก็สามารถตัดมากินได้ เวลาตัดรากก็ใช้กรรไกรตัด รวบมาเป็นกำๆ แล้วก็ตัดล้างให้สะอาด



ผึ่งให้แห้งสะเด็ดน้ำ โดยเมล็ดทานตะวันจะงอกได้เพียงครั้งเดียว หากต้องการรับประทานอีกครั้งก็ต้องเพาะใหม่

ประโยชน์ทางโภชนาการของต้นอ่อนทานตะวันคือ คุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีน (มีมากกว่าผักกาดเขียวถึง 2 เท่า) มีวิตามินหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ บี 1 บี 6 วิตามินซี และวิตามินอี โอเมกา 3 6 9 ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดี ช่วยบำรุงเซลล์สมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) กระดูก ผิวพรรณ เส้นผม ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ส่วนไขมันที่อยู่ในเมล็ดทานตะวันจะเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว

ต้นอ่อนเมล็ดงอกเหล่านี้จะมีกลิ่นหอม กรอบ และมีรสชาติหวาน สามารถกินได้ทั้งแบบสด หรือจะนำไปปรุงอาหารเป็นเมนูอร่อยๆ ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ใส่ในสลัดหรือยำแซบๆ จะนำไปผัดเป็นเมนูทานตะวันงอกผัดน้ำมันหอย ทำอาหารประเภทต้มและแกง จับใส่ลงในแกงจืด แกงส้ม แกงเลียง หรือใส่ในก๋วยเตี๋ยวแทนถั่วงอกก็อร่อย หรือจะนำไปทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็ได้ขึ้นอยู่กับความชอบ

ติดตามกิจกรรมดีๆ ของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.ได้ที่ www.thaihealthcenter.org และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 081-1731-8270.

ปลูกผักกินเอง ง่ายและถูก

พี่อ้อ-อร่ามศรี คุปตวินธุ อายุ 48 ปี แม่บ้าน บอกว่า ทราบข่าวว่าทาง สสส.จะมีการจัดกิจกรรมปลูกผักเลยสนใจ เพราะตัวเองเป็นคนชอบทำอาหาร เลยอยากทดลองปลูกผักกินเอง เพราะปลอดภัยจากสารเคมีต่างๆ เนื่องจากผักผลไม้ในปัจจุบันมีสารพิษมาก ถือว่ากิจกรรมครั้งนี้มีประโยชน์มากๆ ค่ะ แล้วจะนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติต่อที่บ้านค่ะ

พี่ยุ-ยุวดี แซ่ด่าน อายุ 50 ปี ข้าราชการ บอกว่า จากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้เราทราบตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดินเพื่อที่จะปลูกผัก ว่าควรเตรียมอย่างไร ใช้พื้นที่เท่าไหร่ และหากจะปลูกผักอะไรก็ควรจะต้องศึกษาลักษณะของผักที่จะปลูกด้วย เป็นกิจกรรมมีประโยชน์และนำไปใช้ได้ค่ะ

พี่แสตมป์-ชญาดา ขันติสิทธิ์ อายุ 45 ปี ข้าราชการ บอกว่า ได้รับประโยชน์มากจากกิจกรรมครั้งนี้ เพราะเราก็อยากลองปลูกผักกินเอง โดยวิทยากรก็แนะนำเกี่ยวกับการเตรียมดิน เพราะเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกพืชผัก ซึ่งวิธีการไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ ปลูกง่ายๆ ปลอดภัย ประหยัดมากค่ะ.

5 ดอกไม้มงคล ของไทย ที่ควรมีติดบ้าน


รู้หรือไม่ดอกไม้นอกจะหอมทนหอมนามยังมีสรรพคุณมากมายอีก ไม่เท่านั้นชื่อก็ยังไพเราะเพราะพริ้ง และยังมีความหมายที่เป็นสิริมงคลอีกด้วย และก็เป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมปลูกในบ้าน วันนี้เลยนำเอา ดอกไม้มงคล ของไทย 5 ชนิด ที่เหมาะที่จะปลูกไว้ในบ้านมาฝาก

1.ดอกมะลิ

นอกจากจะเป็นดอกไม้ประจำวันแม่แล้ว มะลิยังเป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป

2.ดอกกุหลาบ

เชื่อกันว่าปลูกกุหลาบในบ้านจะทำให้คนในบ้านเป็นผู้สง่า ภาคภูมิกุหลาบที่เหมาะกับเมืองไทยคือกุหลาบมอญสีชมพูสด

3. ดอกบัว

ดอกบัวเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธเชื่อกันว่าปลูกแล้วจะทำให้ผู้ปลูกมีจิตใจแจ่มใสเบิกบาน

4. ดอกแก้ว

ดอกไม้ไทยที่หอมฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน นิยมปลูกดอกแก้วนิยมปลูกเพราะจะส่งผลให้คนในบ้านสูงค่า มีความบริสุทธิ์

5.ดอกพุด

ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลัษณ์ เมื่อปลูกดอกไม้ชนิดนี้ จะส่งผลให้มีความเจริญ มั่นคง แข็งแรงสมบูรณ์

สำหรับคนที่ชอบปลูกต้นไม้ ก็ลองหาดอกไม้มงคล ของไทยที่มีความหมายดีมาปลูกกันในบ้านนะเพื่อจะมีสิ่งดีๆผ่านเข้ามาในบ้านดูนะจ๊ะ