Showing posts with label ไอที. Show all posts
Showing posts with label ไอที. Show all posts

รวมเหตุผลที่ควร หรือ ไม่ควร ซื้อมือถือช่วงก่อนปีใหม่ จะได้ไม่เสียใจหนัก


ใกล้ปลายปีเชื่อว่าทุกคนที่มีความต้องการซื้อของคงรอช่วงนี้มาอย่างยาวนาน(มาก) แล้วมันก็มีข้อคิดอยู่ว่าเราควรจะซื้อมือถือเครื่องใหม่ช่วงนี้เลยดีหรือไม่ วันนี้ Sanook! Hitech ได้รวมเหตุผลที่ควร หรือ ไม่ควรซื้อมือถือปลายปีมาฝากกันครับ เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าและไม่เสียใจหนักมาก

เหตุผลที่ควรซื้อ

โปรฯแรงรับปีใหม่

แน่นอนว่า ร้านขายมือถือ, ผู้ให้บริการ หรือจะเป็นร้านค้าออนไลน์ก็ตาม จะต้องมีโปรโมชั่นออกมายั่วกระเป๋าตังค์คุณด้วยการลดราคาค่าเครื่องลง แม้อาจจะติดสัญญา แต่ถ้าคิดในข้อดีแล้ว มันคุ้มค่าเพราะได้ทั้งค่าโทรและเครื่องไปใช้ ออกจะดีไม่น้อยเลยล่ะครับ

ซื้อก่อนใช้ก่อน

มือถือก็เป็นของที่บอกมูลค่าทางสังคมได้ การได้มาใช้ก่อนปีใหม่ก็อาจจะนำไปถ่ายภาพเล่นและแชร์ลง Social ให้เพื่อน ๆ คุณได้เห็นและคมชัดกว่าใครก็เป็นได้ ข้อนี้ ผู้เขียนเองก็อิจฉาเพื่อนที่ซื้อมือถือใหม่ไม่น้อยเลยล่ะ

ได้มือถือราคาถูกไม่ต้องรอรุ่นใหม่ก็ลด

บางคนก็ไม่อยากรอรุ่นใหม่ ก็ซื้อรุ่นปัจจุบันที่มีความใกล้เคียงที่สุดไปเลยดีกว่า อาจจะต้องการใช้งานจริง ๆ และแถมไดรับส่วนลดจนหลายคนบอกว่ามันถูกและคุ้มค่ากว่าการรอในอนาคตว่ามันจะเป็นอย่างไรและเหมาะสมกับกับเราหรือไม่

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ

รอก่อน รุ่นใหม่มาเก่าก็ลง

เป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่คิดกัน โดยเฉพาะช่วงที่มือถือรุ่นท็อปกำลังจะออกในต้นปีหน้า ทำให้เกิดความลังเลอย่างชัดเจนว่าจะซื้อดีหรือไม่ แต่บางคนก็จบง่ายที่รุ่นเก่า เพราะราคามันใช่และ และทำไมต้องซื้อช่วงนี้กันล่ะ รอออกมาก่อนก็เป็นเหตุผลที่ฟังดูเข้าท่ามากกว่า และเป็นการเคลียร์หนี้และเงินให้ลงตัวกับการซื้อเช่นกัน

ช่วงเคลียร์สต็อคอาจจะได้เครื่องไม่ดีมาใช้

คุณภาพของเครื่องก็สำคัญ ถ้าเกิดรีบซื้อช่วงปลายปีอาจจะได้เครื่องที่ค้างสต็อคและถ้าไม่ตรวจให้ดี เครื่องมีปัญหาก็จบข่าวเช่นกัน

เอาเงินไปเที่ยวไม่มีตังค์ตอนนี้ รุ่นใหม่ออกค่อยซื้อ

เชื่อว่าเหตุผลนี้คงจะเป็นข้อหลักที่คนคิดขึ้นว่า ทำไมต้องซื้อมือถือที่มีราคาแพงพอกับเงินที่จะไปเที่ยวปีใหม่ ก็อาจจะชลอการซื้อเพราะเงินส่วนนั้นนำไปเที่ยวได้ แล้วทำไมไม่เอาเงินไปหาความสุขในช่วงปีใหม่ล่ะ

หรือบางคนบอกว่าเก็บไว้ก่อนรอรุ่นใหม่ก็ค่อยซื้อตามจะได้ทันสมัยไปเลยก็มีอยู่เยอะ

แม้ว่าการเลือกซื้อของปลายปีก็จะมี 2 ด้านระหว่างซื้อหรือไม่ซื้อ แต่สุดท้าย ความจำเป็น ความอยากได้ และองค์ประกอบหลาย ๆ ส่วนก็จะบอกคุณเองว่า ควรจะซื้อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ ของคุณเองด้วยเช่นกันครับ

5 สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำต้นเดือนธันวาคม


5 สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำต้นเดือนธันวาคม รุ่นไหนมีทีเด็ดอะไร เราสรุปมาให้ท่านแล้ว!

แม้ว่าจะล่วงเลยเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2015 มาเกือบจะครึ่งเดือนแล้ว แต่ข่าวคราวในวงการสมาร์ทโฟนยังคงอัปเดตอยู่อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่า จะหยุดหย่อนแต่อย่างใด ซึ่งก็นับเป็นเรื่องดีที่เหล่าผู้ผลิตต่างพากันพัฒนาสมาร์ทโฟนให้หลากหลาย ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ในทุกระดับ และในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ก็มีข้อมูลข่าวสารของสมาร์ทโฟนหลาย รุ่นที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว

วันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้ทำการคัดเลือกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำต้นเดือนธันวาคม โดยคัดเลือกจากจำนวนการแชร์ลิงก์ และการกดถูกใจ (กด Like) จากเพจThaimobilecenter.com (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2558) ซึ่งในช่วงส่งท้ายปีเช่นนี้จะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใดมาพร้อมกับฟีเจอร์สุดเด็ด และคุณสมบัติตัวเครื่องที่โดนใจผู้ชมมากที่สุดบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

Sony Xperia Z5 Ultra ว่าที่สุดยอดเรือธงรุ่นอัปเกรด กับจอ 4K ใหญ่ยักษ์ 6.44 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 820 ใหม่ล่าสุด และแบตเตอรี่ 4000 mAh มีลุ้นเปิดตัวมกราคมปีหน้า! (จำนวนคนที่กดถูกใจ 767 คน, จำนวนการแชร์ 81 ครั้ง)



หลังจากที่ Sony ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟน Sony Xperia Z5 Series อย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็มีข่าวลือออกมาว่า Sony อาจทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอัปเกรดในชื่อ Xperia Z5 Ultra อีกหนึ่งรุ่นในช่วงต้นปี 2016 และข่าวลือดังกล่าวอาจเป็นความจริงเมื่อ Sony ประกาศจัดงาน Sony CES 2016 ในวันที่ 5 มกราคม 2016 ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา และในภาพโปสเตอร์จัดงานนั้นปรากฏว่ามีรูปภาพของสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งอยู่ท่าม กลางผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดียวกัน และคาดการณ์กันว่า Sony Xperia Z5 Ultra จะมาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้น ดังนี้

- จอแสดงผลแบบ Ultra HD 4K ขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 6.44 นิ้ว ความละเอียด 3840x2160 พิกเซล

- หน่วยประมวลผลชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 820 รุ่นใหม่ล่าสุด

- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4 ขนาด 4GB

- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล

- แบตเตอรี่ที่เพิ่มความจุเป็น 4000 mAh

สมาร์ทโฟนปริศนาจาก Sony รุ่นนี้ หากพิจารณาจากคุณสมบัติข้างต้นแล้วเรียกได้ว่าได้รับการอัปเกรดจาก Sony Xperia Z5 Premium ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมมากเลยทีเดียว และได้รับกระแสตอบรับจากผู้เข้าชมอย่างล้นหลามจนส่งผลให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ครองอันดับหนึ่งไปได้อย่างง่ายดาย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sony Xperia Z5 Ultra - คลิก

iPhone 6c สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กจาก Apple อาจมาพร้อมตัวเครื่องโลหะ Metal-Unibody หลากสีสัน และฟีเจอร์ Touch ID จ่อเปิดตัวมกราคมปีหน้า! (จำนวนคนที่กดถูกใจ 1,036 คน, จำนวนการแชร์ 79 ครั้ง)


ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 6c มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนที่ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus จะเปิดตัวเสียอีก แต่ล่าสุดแหล่งข่าวหลายแห่งให้ข้อมูลว่า Apple อาจจะเปิดตัว iPhone 6c ในช่วงเดือนมกราคม 2016 และพร้อมวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ โดย iPhone 6c จะมาพร้อมกับตัวเครื่องที่ผลิตจากโลหะพร้อมขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน (Metal-Unibody) และมีสีสันให้เลือกหลากหลายมากยิ่งขึ้น

สำหรับส่วนของฟีเจอร์นั้นคาดว่าจะไม่รองรับระบบ 3D Touch อย่างแน่นอน แต่อาจมาพร้อมกับระบบ Touch ID เพื่อรองรับการบริการ Apple Pay ในอนาคต และคาดการณ์ว่าจะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ราวๆ 400-500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14,300 - 17,900 บาท)

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPhone 6c - คลิก

vivo X6 และ vivo X6 Plus เปิดตัวแล้ว! สมาร์ทโฟนเรือธง RAM 4GB บนบอดี้อะลูมิเนียมอัลลอยสุดแกร่ง, กล้อง 13 ล้านพิกเซล และระบบเสียง Hi-Fi Audio สุดกระหึ่ม! (จำนวนคนที่กดถูกใจ 907 คน, จำนวนการแชร์ 48 ครั้ง)


หลังจากที่มีกระแสข่าวก่อนเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง และได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมาก ล่าสุด vivo X6 และ vivo X6 Plus ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องที่ครบครัน และเพียงพอในทุกการใช้งานอย่างแน่นอน ซึ่งราคาเปิดตัวของ vivo X6 อยู่ที่ประมาณ 390 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14,000 บาท) และ vivo X6 Plus มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 469 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,800 บาท) โดยคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้นของทั้งสองรุ่น มีดังนี้

vivo X6

- ตัวเครื่องที่ผลิตด้วยวัสดุโลหะสุดแกร่งอย่าง อะลูมิเนียมผสมกับแมกนีเซียมอัลลอย (Aluminium-Magnesium Alloy) ที่ผ่านการผลิตกว่า 57 ขั้นตอน บนความบางเฉียบเพียง 6.56 มิลลิเมตร
- จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Full HD 1080p ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด 1080x1920 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 424 ppi
- หน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit ความเร็วในการประมวลผล 1.7 GHz (ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการยังไม่ได้ระบุไว้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นชิปเซ็ต MediaTek MT6752)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน 32GB รองรับหน่วยความจำเสริม (microSD) สูงสุด 128GB
- กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ f/2.2 พร้อมไฟแฟลชแบบ LED สามารถจับโฟกัสวัตถุโดยใช้เวลาเพียง 0.1 วินาที และเข้าสู่โหมดถ่ายภาพด้วยความเร็ว 0.6 วินาที
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเล่นไฟล์เสียงคุณภาพสูงระดับ Hi-Fi Audio ด้วยการใช้ชิปประมวลผลเสียง Asahi Kaisei AK4375A
- ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ใช้เวลาเพียง 0.4 วินาทีในการปลดล็อคตัวเครื่อง
- แบตเตอรี่ความจุ 2400 mAh พร้อมระบบ Quick Charge
- ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop ปรับแต่งด้วย Funtouch OS


vivo X6 Plus

- ตัวเครื่องที่ผลิตด้วยวัสดุโลหะสุดแกร่งอย่าง อะลูมิเนียมผสมกับแมกนีเซียมอัลลอย (Aluminium-Magnesium Alloy) ที่ผ่านการผลิตกว่า 57 ขั้นตอน บนความบางประมาณ 6.85 มิลลิเมตร
- จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Full HD 1080p ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1080x1920 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 386 ppi
- หน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit ความเร็วในการประมวลผล 1.7 GHz (ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการยังไม่ได้ระบุไว้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นชิปเซ็ต MediaTek MT6752 เช่นเดียวกับ vivo X6)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน 64GB รองรับหน่วยความจำเสริม (microSD) สูงสุด 128GB
- กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ f/2.2 พร้อมไฟแฟลชแบบ LED สามารถจับโฟกัสวัตถุโดยใช้เวลาเพียง 0.1 วินาที และเข้าสู่โหมดถ่ายภาพด้วยความเร็ว 0.6 วินาที
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเล่นไฟล์เสียงคุณภาพสูงระดับ Hi-Fi Audio ด้วยการใช้ชิปเซ็ตประมวลผลเสียงระดับสูง ES9028 และชิปเซ็ตขยายเสียง ES9603 จากบริษัท ESS ผู้ผลิตชิปเซ็ตประมวลผลเสียงชั้นนำระดับโลกเป็นเจ้าแรกของวงการมือถือ พร้อมทั้งใช้ชิปเซ็ตประมวลผลการกระจายเสียง YAMAHA YSS-205X Digital Surround
- ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ใช้เวลาเพียง 0.4 วินาทีในการปลดล็อคตัวเครื่อง
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมระบบ Quick Charge
- ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop ปรับแต่งด้วย Funtouch OS

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ vivo X6 และ vivo X6 Plus - คลิก

Huawei Mate 8 สุดยอดสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรกกับขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 950 ระดับท็อป พร้อมคุณสมบัติระดับไฮเอนด์ครบครัน บนดีไซน์สุดหรูหรา พร้อมวางจำหน่าย 9 ธันวาคมนี้! (จำนวนคนที่กดถูกใจ 1,013 คน, จำนวนการแชร์ 46 ครั้ง)



หลังจากที่ Huawei เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุดในชื่อรุ่นว่า Huawei Mate 8 อย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีจุดเด่นด้วยการใช้ชิปเซ็ต Kirin 950 รุ่นล่าสุดที่กวาดคะแนนทดสอบไปได้อย่างล้นหลาม และ Huawei Mate 8 ได้วางจำหน่ายในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้น มีดังนี้

- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล : 367 ppi) ครอบทับด้วยกระจกโค้ง 2.5D
- หน่วยประมวลผลชิปเซ็ต Octa-Core Huawei Kirin 950 รุ่นล่าสุด ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 1.8 GHz
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS และมีขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.0
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.4
- แบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh
- ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow เวอร์ชันล่าสุด ครอบทับด้วย Huawei Emotion UI 4.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

สำหรับ Huawei Mate 8 แบ่งออกเป็น 4 รุ่น โดยมีราคา และหน่วยความจำภายในตัวเครื่องดังต่อไปนี้

- รุ่นหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32 GB มีราคา 2,999 หยวน หรือประมาณ 16,800 บาท
- รุ่นหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB มีราคา 3,699 หยวน หรือประมาณ 20,700 บาท
- รุ่นหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB มีราคา 4,399 หยวน หรือประมาณ 24,600 บาท
- รุ่นพรีเมียมพิเศษ Champagne Edition ราคา 6,888 หยวน หรือประมาณ 38,500 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Huawei Mate 8 - คลิก

Panasonic Eluga Mark สมาร์ทโฟนดีไซน์พรีเมียม พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง ด้วย Android for Work และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว ในราคาเพียง 6 พันกว่าบาท! (จำนวนคนที่กดถูกใจ 816 คน, จำนวนการแชร์ 44 ครั้ง)


เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แบรนด์ชั้นนำระดับโลกในด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง Panasonic ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในชื่อรุ่น Panasonic Eluga Mark อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีจุดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลภาย ในตัวเครื่อง

ซึ่งต้องใช้ลายนิ้วมือเป็นตัวกำหนดการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน อีกทั้งยังรองรับระบบ Android for Work ที่เป็นช่วยในเรื่องของการจัดการระบบอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับองค์กร (Enterprise Mobility Management : EMM) อีกด้วย โดย Panasonic Eluga Mark มีราคาเปิดตัวในประเทศอินเดียที่ 11,990 รูปี (ประมาณ 6,500 บาท) มีให้เลือกด้วยกัน 2 สี คือ สีทอง (Royal Gold) และสีเทา (Metallic Grey) และคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้นมีดังนี้

- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 720p (720x1280 พิกเซล)
- หน่วยประมวลผลชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 615 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2 GB
- หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำแบบ microSD ได้สูงสุด 32 GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ขนาด 2500 mAh
- ระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- รองรับแพลตฟอร์ม Android for Work
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Panasonic Eluga Mark - คลิก

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ "5 สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำต้นเดือนธันวาคม" เรียกได้ว่าแม้จะเข้าสู่ช่วงปลายปี แต่ความน่าสนใจของสมาร์ทโฟนจากแต่ละค่ายยังคงไม่ลดลงแม้แต่น้อย เพราะต่างฝ่ายต่างงัดฟีเจอร์สุดล้ำมาใส่ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ กันตลอดเวลา

ซึ่งผลดีก็ตกอยู่กับผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ ที่สามารถเลือกซื้อสมาร์ทโฟนได้ตามความต้องการในการใช้งาน ต้องติดตามกันต่อไปว่าหลังจากนี้ก่อนเข้าสู่ช่วงปีใหม่จะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใด มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่อง และฟีเจอร์สุดเด็ดอีกบ้าง สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

นำเสนอข่าวโดย : thaimobilecenter.com

3 มือถือสมาร์ทโฟน 2 หน้าจอ สุดแนวไม่เหมือนใครที่ออกใหม่ล่าสุด

Samsung Galaxy Golden 3 / W2016

ต้องยอมรับว่ามือถือปัจจุบันมักจะมีรูปร่างคล้ายกันไปหมดซึ่งแตกต่างจาก ยุคแรกๆที่มักจะมีความแตกต่างในเรื่องของดีไซน์สำหรับมือถือแต่ละรุ่น อย่างเช่นมือถือฝาพับที่สมัยก่อนเรียกได้ว่าฮิตไม่แพ้มือถือดีไซน์อื่นๆเลย ทีเดียว

อย่างไรก็ดีวันนี้เราจะมาแนะนำมือถือที่ไม่ตามกระแสรูปร่างตามสมัยนิยมโดย ทั่วไปและที่สำคัญมือถือทั้ง 3 รุ่นนี้มี 2 หน้าจอซึ่งมีทั้งแบบมีฝาพับและไม่มีฝาพับมาให้ดูกัน มาดูกันครับว่ามีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง

LG v10

ถ้าพูดถึงมือถือฝาพับที่มาแรงไม่แพ้ใครคงไม่พ้นรุ่นนี้ครับ Samsung Galaxy W2016 มือถือรุ่นนี้เปิดตัวที่ประเทศจีนเมื่อเร็วๆนี้ มือถือรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ touchscreen ด้านหน้า และด้านในขนาด 3.9 ความละเอียด 768 x 1280 pixels มีเสปคที่เรียกว่าแรงไม่แพ้ใครโดยมาพร้อม - CPU octa-core Exynos 7420 processor - 3 GB of RAM กล้องหลังความละเอียด 16 MP และกล้องหน้าความละเอียดที่ 5 MP และมี ROM 64 GB จำได้ว่าตอนทำข่าวเกี่ยวกับรุ่นนี้มีคนสนใจเป็นจำนวนมากแต่น่าเสียดายที่จาก ข้อมูลล่าสุด Samsung ยังไม่มีแผนที่จะเปิดตัวมือถือรุ่นนี้ที่ประเทศอื่นนอกจากที่ประเทศจีนครับ T-T

LG v10 เป็นมือถืออีกรุ่นนึงที่ถ้าดูเผินๆอาจจะเหมือนมือถือทั่วไป แต่ที่น่าสนใจคือมือถือรุ่นนี้จะมีเล็กๆอยู่ด้านบน (คล้าย Samsung galaxy edge แต่อยู่ด้านบนแทน) โดย LG v10 มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่กว่า 5.7 นิ้ว


หน้าจอที่ 2 ขนาด 2.1-inch คามละเอียดที่ 1040 x 160 pixels. LG V10 รัน Android Lollipop (รองรับการ upgrade Marshmallow), CPU 6-core Snapdragon 808 processor กล้องหน้า 5 MP และกล้องหลัง16 MP RAM 4 GB และรองรับ Micro SD ขนาด 64 GB มีแบตเตอรีขนาด 3000 mAh battery. รวมถึงมีระบบกันกระแทก ไม่ต้องกลัวเวลาทำตกครับ

YotaPhone 2

มือถือรุ่นสุดท้ายที่นำมาแนะนำกันคือ Yotaphone 2 มือถือรุ่นนี้มีความพิเศษอยู่ตรงที่ นอกจากจะมีหน้าจอหลักขนาด 4.7 นิ้วที่ความละอียด 540 x 960 pixels ด้านหลังจะมีหน้าจอ e-ink (ลักษณะเดียวกับ kindle) ที่สามารถใช้งานได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าจอหลัก

สำหรับการใช้ประโยชน์ของหน้าจอที่ 2 นั้นหลักๆจะเป็นการใช้งานทั่วไปในส่วนของการแจ้งเตือนและการดูข้อมุลต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เราไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าจอทุกครั้งที่ต้องการดูข้อมูล สามารถประหยัดพลังงานได้ โดยผู้ผลิตเผยว่าเราสามารถใช้งานหน้าจอ e-ink ได้ยาวนานถึง 3 วันด้วยการชาร์จแบตเตอรีเพียงครั้งเดียว สำหรับ Yotaphone 2 นั้นวางขายในหลายประเทศในยุโรปแต่ยังไม่มีวางขายใน สหรัฐอเมริกาครับ อย่างไรก็ดีบริษัทมีแผนที่จะวางขายที่ สหรัฐอเมริกาเร็วๆนี้ในรุ่น Yotaphone 3 ซึ่งคาดกันว่าในอนาคตจะมีการวางขายเพิ่มเติมในประเทศอื่นๆเพิ่มมากขึ้นกว่า Yotaphone 2

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับมือถือที่เราเอามาแนะนำกันในวันนี้หลายท่านอาจ จะมองว่ามือถือทั้งหมดนี้อาจจะไม่ได้มาวางจำหน่ายที่ไทยเลยอย่างไรก็ดีเรา เชื่อว่ามือถือในอนาคตจะมีความหลากหลายมากกว่าในปัจจุบันทั้งในด้านดีไซน์ และคุณประโยชน์ในการใช้งาน ผมเชื่อว่าในอนาคตเมื่อผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นและมือถือที่มีความแตก ต่างเหล่านี้ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในอนาคต เราอาจจะเห็นมือถือเหล่านี้เข้ามาวางจำหน่ายในไทยกันมากขึ้นก็เป็นได้ครับ

 

 

“สมาร์ทโฟน” จะหมดยุคในอีก 5 ปี ??


ปัจจัยที่ทำให้การสื่อสารในยุคนี้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากขึ้น ไม่เพียงสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่เป็นอุปกรณ์ที่รองรับและยอมนิยมอย่าง “สมาร์ทโฟน” เครื่องมือสื่อสารที่พัฒนาจากโทรศัพท์มือถือสู่ความทันสมัย และอาจพูดได้เต็มปากว่า สมาร์ทโฟนได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ผู้คนยุคโซเชียล “ขาดไม่ได้” แต่ใครจะเชื่อว่าหลังจากนี้อีก 5 ปี สมาร์ทโฟนที่เราคุ้นเคยอาจล้มหายตายจากและหมดความนิยมไปในที่สุด

จากการทำวิจัยโดยบริษัท Ericsson ที่ตั้งอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เป็นการสำรวจประชาชนประมาณ 100,000 คน ทั้งในสวีเดน และอีก 40 ประเทศ ซึ่ง 1 ใน 2 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนคิดว่า “สมาร์ทโฟนกำลังจะกลายเป็นอดีต และกำลังจะเกิดขึ้นภายใน 5 ปี นับจากนี้” ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ จะเข้ามาช่วยให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กับวัตถุแบบไม่ต้องผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน

ในขณะเดียวกัน 85% ของประชาชนที่ทำการสำรวจ เชื่อว่าผู้ช่วยอัจฉริยะบนอุปกรณ์ประเภท Wearable หรือแก็ดเจ็ตสวมใส่ มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับนิยมมากขึ้น พวกเขาเชื่ออีกว่า เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมประจำวันมากขึ้น เช่น การค้นหาข้อมูล, การแนะนำเส้นทางการเดินทาง ตลอดจนเป็นผู้ช่วยส่วนบุคคลที่มีความชาญฉลาด

นอกจากนี้ 44% ของประชาชนที่ทำการสำรวจ ยังเชื่อว่าเทคโนโลยี AI จะเปรียบเสมือน “ผู้ให้ความรู้” ประเภทหนึ่ง และประชาชน 1 ใน 3 ต้องการอุปกรณ์ประเภท AI ภายในบริษัทที่พวกเขาทำงานอยู่ ส่วนอีก 29% ของประชาชนที่ทำการสำรวจ เชื่อว่าเทคโนโลยี AI จะทำให้ความสะดวกสบายมากขึ้นในเรื่องของการโต้ตอบ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพ เสมือนมีแพทย์ส่วนตัว

จากผลสำรวจดังกล่าวอาจไม่สามารถฟันธงได้ว่า สมาร์ทโฟน จะหมดยุคในอีก 5 ปี นับจากนี้หรือไม่ ??? แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่มีการล่าวถึง ถือได้ว่าเป็นอีกก้าวของเทคโนโลยีที่ไม่ควรมองข้าม และนับวันยิ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งใกล้ตัวเราที่สุด คือ ในรูปแบบของผู้ช่วยอัจฉรินยะ ยกตัวอย่าง Siri ของ Apple, Google Now หรือ Microsoft Cortana เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ถูกบรรจุอยู่ภายใต้อุปกรณ์สำคัญอย่างสมาร์ทโฟน และนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ แถมล่าสุดยังเทคโนโลยีอย่าง Watson เป็น AI ที่เกิดจากการพัฒนาโดย IBM ที่มีความสามารถและทำงานแทนมนุษย์ได้บ้างแล้ว เช่น การคิดค้นเมนูอาหาร แข่งเกมโชว์ เป็นต้น


วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI อาจทำให้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปีนับจากนี้ การสั่งงานด้วยเสียง การสื่อสาร การสนทนาโต้ตอบกับสิ่งของ ภายใต้อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายและสะดวกที่สุดในชีวิตประจำวัน โดยที่เราไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเลื่อนๆ ปัดไปปัดมาบนหน้าจออีกต่อไปก็เป็นได้

อ้างอิงจาก CNBC

สนับสนุนเนื้อหา: www.aripfan.com

[How To] วิธีการเปลี่ยนภาพโปรไฟล์บน Facebook ให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ทำอย่างไร มาดูกัน


หลังจากที่เปิดตัวมา เรียกได้ว่า Facebook มีการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่กับ การเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ จากภาพนิ่งธรรมดาๆ ให้เป็นภาพเคลื่อนไหว

ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าว ได้เปิดให้ทดลองใช้งานกันตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด ถ้าหากผู้ใช้บางท่าน ยังไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้

มาดูกันว่า การเปลี่ยนภาพโปรไฟล์บน Facebook ให้เป็นภาพเคลื่อนไหว มีวิธีการอย่างไรบ้าง



เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของตนเองบน Facebook แล้วสังเกตที่รูปบนโปรไฟล์ ถ้าหากสามารถเปลี่ยนรูปเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ จะเป็นไอคอนรูปวีดีโอ (ตามภาพ) ให้คลิกที่รูปภาพ แล้วเลือก Take a New Profile Video เพื่อถ่ายรูปใหม่ หรือคลิก Upload Video or Photo ถ้าหากมีรูปนั้นอยู่แล้ว


สำหรับผู้ใช้ที่ยังไม่มีคลิปสำหรับทำรูปโปรไฟล์ คลิก OK เพื่ออนุญาตให้ Facebook เข้าสู่เมนูกล้องถ่ายรูป




เมื่อถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกช่วงเวลาที่จะมาทำรูปโปรไฟล์ โดยมีระยะเวลาจำกัดที่ 7 วินาที เมื่อได้ภาพที่ถูกใจแล้ว ให้กด Save เพียงเท่านี้ ก็จะได้ภาพโปรไฟล์ที่เป็นภาพเคลื่อนไหวแล้ว โดยสามารถดูภาพดังกล่าวได้ด้วยการแตะที่รูป 1 ครั้ง

อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นว่า ฟีเจอร์ดังกล่าว ถูกปล่อยให้ทดสอบตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา และยังไม่ปล่อยให้ใช้งานอย่างเป็นทางการกับผู้ใช้ทั่วโลก ฉะนั้น จึงมีผู้ใช้บางราย ที่ยังไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้ในตอนนี้



ที่มา : iphonehacks.com


แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com