การแสดงโขนพระราชทาน ศึกอินทรชิต ตอนพรหมมาศ ที่สุดของวิจิตรนาฏศิลป์ที่คนไทยห้ามพลาด (มีคลิป)


โขน” วิจิตรนาฏศิลป์ไทยที่เกือบสูญหายไป แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อนุรักษ์และจัดการแสดงโขนขึ้นเป็นประจำทุกปี พร้อมกับการคัดสรรนักแสดงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมตามแบบประเพณีโบราณอย่างเป็นรูปธรรม
ฉากที่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นเผยให้เห็นท้องพระโรงกรุงโรมคัล ฉากที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ด้วยการผนวกศิลปกรรมไทยร่วมกับศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ซึ่งได้รับอิทธิผลจากจีน เกิดเป็นลวดลายสลับซับซ้อน เป็นความลงตัวของพญานาคที่บิดเกลียวดูคล้ายกับพญามังกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ฝีมือการออกแบบฉากจากฝีมือศิลปินชั้นครู คุณสุดสาคร ชายเกษม ทำให้ “พรหมาศ” สร้างความตื่นตาตื่นใจตั้งแต่แรกเห็น และ “ฉาก” ก็กลายเป็นความโดดเด่นที่ตราตรึงใจผู้ชมจนจบการแสดง ไม่ว่าจะเป็น “ฉากสนามรบ” ที่มังกรกัณฐ์ผู้มีฤทธิ์มากแผลงศรต้องพระรามจนทำให้เกราะขาด และพระรามก็แผลงศรไปทำลายศรมังกรกัณฐ์จนพ่ายฤทธิ์สิ้นอาวุธ จึงแปลงกายเป็นรูปพยนต์เกลื่อนกล่นบนท้องฟ้า อาจารย์สุดสาครได้สร้างความอลังการให้กับมังกรกัณฐ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และสุดยอดความอลังการซึ่งเป็นที่กล่าวขานของตอน “พรหมาศ” ในการแสดงทุกครั้งที่ผ่านมาคือ “ฉากศรพรหมาศ” ที่เต็มไปด้วยความงดงาม และความยิ่งใหญ่ของฉากที่มีจุดนำสายตาหลักคือช้างเอราวัณ รายล้อมไปด้วยเหล่าเทพ เทวดา ท่ามกลางกองทัพของพระลักษมณ์และพลวานร แสง สี เสียง จากฉาก เทคนิคประกอบ และฝีมือการร่ายรำของนักแสดงในทุกบทบาทเป็นภาพประทับใจที่เรียกเสียงปรบมือได้อย่างท่วมท้น
การแสดงโขนพระราชทาน ชุด ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ นอกจากความโดดเด่นในเรื่องของฉากแล้ว ศิลปะการร่ายรำของเหล่านักแสดงในบทบาทต่างๆ ก็งดงามสมกับเป็นนักแสดงที่ผ่านการคัดเลือกมาเพื่อ “โขนพระราชทาน” อย่างแท้จริง  แม้กระบวนท่ารำจะมีการตัดทอนเพื่อให้เหมาะสมแก่เวลา แต่ความพร้อมเพรียงและอ่อนช้อยงดงามที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นเครื่องบ่งบอกชั้นดีว่าเหล่านักแสดงและผู้มีส่วนร่วมทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังต่างฝึกซ้อมและทำงานหนักกันเพียงใด

Share this

Related Posts

Previous
Next Post »