เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรนิเวศวิหาร พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) กล่าวในงานเสวนาเรื่อง "การเลื่อนชั้นเครื่องเกียรติยศประกอบพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" ว่า เป็นที่ปลื้มปีติสำหรับพุทธศาสนิกชนมาก เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนชั้นเครื่องเกียรติยศประกอบพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จากพระโกศกุดั่นใหญ่ เป็นพระโกศทองน้อย ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคมนี้
"สำหรับความคืบหน้าของที่ระลึกในงานพระราชทานพิธีพระราชทานเพลิงพระศพที่อยู่ในความดูแลของวัดบวรนิเวศฯได้แก่ หนังสือที่ระลึก พัดรอง ย่าม เหรียญที่ระลึก และตู้สังเค็ด ขณะนี้ทั้งหมดจัดเตรียมไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงหนังสือที่ระลึกบางส่วนอยู่ระหว่างจัดพิมพ์ นอกจากนี้ หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงพระศพ 20 เล่ม และหนังสือที่พระสังฆราชเป็นผู้นิพนธ์ 29 เล่ม รวม 49 เล่ม จะจัดในตู้สังเค็ด 232 ชุด เพื่อมอบให้วัดพระอารามหลวงทั่วประเทศ และวัดที่อยู่ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระสังฆราช" พระศากยวงศ์วิสุทธิ์กล่าว
พระศากยวงศ์วิสุทธิ์กล่าวอีกว่า เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไทยได้อาราธนาสมเด็จพระสังฆราช ประธานสงฆ์ และผู้นำศาสนา 13 ประเทศ จำนวน 19 รูปมาร่วมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ได้แก่ สมเด็จพระสังฆราชธรรมเสน มหาเถโร สมเด็จพระสังฆราชแห่งบังกลาเทศ, สมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี (สมเด็จเทพวงศ์) ประมุขสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย (เถรวาท) แห่งกัมพูชา, สมเด็จพระอภิสิรีสุคันธา
มหาสังฆราชาธิบดี (สมเด็จบัวคลี่) ประมุขสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตแห่งกัมพูชา, พระศรีปัญญาวโร มหาเถระ สังฆปาโมกข์แห่งอินโดนีเซีย, พระคุณท่าน ดร.เกียวเซ เอ็นชินโจ ประธานสงฆ์นิกายเนนบุทสุชุ แห่งญี่ปุ่น, พระมหาบุญมา สิมมาพรหม รองประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว องค์ที่ 2 นอกจากนี้มีประมุขสงฆ์ของเมียนมา เกาหลี เนปาล สิงคโปร์ ศรีลังกา เวียดนาม ภูฏาน และจีน
นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพระราชทานพระโกศ จะมีระเบียบของสำนักพระราชวังอยู่ สำหรับสมเด็จพระสังฆราช ตามพระยศแล้วจะได้พระโกศกุดั่นน้อย แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเลื่อนชั้นพระโกศให้ตั้งแต่วันแรกเป็นพระโกศกุดั่นใหญ่ ซึ่งมีชั้นยศสูงกว่าพระโกศกุดั่นน้อย 1 ขั้น และพระราชทานเลื่อนยศอีกครั้ง เป็นพระโกศทองน้อย ในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ถือว่าเป็นสมเด็จพระสังฆราช เป็นสมเด็จพระสังฆราชจากสามัญชนรูปแรกที่ได้รับพระราชทานพระโกศสูงสุดเป็นพระโกศทองน้อย และเป็นสมเด็จพระสังฆราชรูปแรกที่ได้พระราชทานเลื่อนชั้นยศพระโกศถึง 2 ครั้ง ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าพนักงานจะเชิญพระโกศทองน้อยมาประดิษฐานที่ตำหนักเพ็ชร ก่อนวันพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ในวันที่ 15 ธันวาคม
นายธงทองกล่าวต่อว่า สำหรับการซ้อมเคลื่อนขบวนอัญเชิญพระโกศพระศพ 2 ครั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน และวันที่ 7 ธันวาคม พบว่าครั้งแรกมีปัญหาเรื่องระยะเวลา เพราะเริ่มเคลื่อนขบวนจากวัดบวรนิเวศฯตั้งแต่เวลา 07.40 น. ไปถึงวัดเทพศิรินทราวาส ประมาณ 11.20 น. ซึ่งช้ากว่ากำหนดการกว่า 1 ชั่วโมง ส่วนการซ้อมครั้งที่ 2 เคลื่อนขบวนออกจากวัดบวรนิเวศฯเวลา 07.40 น. และถึงวัดเทพศิรินทราวาสประมาณ 10.20 น. ซึ่งเวลากระชับขึ้น และสำหรับการซ้อมครั้งที่ 3 ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ คาดว่าจะกำหนดเวลาได้แน่นอนขึ้น
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อเป็นการระลึกถึงพระศาสนกิจด้านต่างๆ และคำสอนของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นประโยชน์แก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา โดยจัดทำเป็นเหรียญที่ระลึกทองแดงธรรมดา ลักษณะกลม ขนาด 30 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 14 กรัม จำหน่ายราคาเหรียญละ 200 บาท ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน)
นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า สำหรับเหรียญที่ระลึกดังกล่าวมีกำหนดเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ส่วนกลางที่ สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ภายในพระบรมมหาราชวัง หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักกษาปณ์ ถนนพหลโยธิน จ.ปทุมธานี สำนักการคลัง กรมธนารักษ์ ฝ่ายสวัสดิการกรมธนารักษ์ ส่วนภูมิภาค สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ






